
ที่ด้านหลังของรถ F1 จะมีชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายปีกติดอยู่
หลายคนคงสงสัยว่ามันมีหน้าที่อะไร
ชิ้นส่วนนี้เรียกว่า ปีกหลัง หรือ rear wing
และถือเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญที่สุดเมื่อพูดถึงแอโรไดนามิกของรถ F1
│หน้าที่ของปีกหลัง: สร้างแรงกด

ปีกหลังมีรูปร่างคล้ายปีกเครื่องบินที่กลับด้าน
ปีกเครื่องบินจะสร้างแรงยก ทำให้เครื่องบินลอยขึ้นด้านบน
แต่ปีกหลังของรถ F1 ทำงานตรงกันข้าม
มันสร้างแรงที่กดตัวรถลงสู่พื้น ซึ่งเรียกว่า แรงกดอากาศ หรือ downforce
แรงนี้ช่วยเพิ่มการยึดเกาะของยาง
และทำให้รถสามารถรักษาความเร็วสูงไว้ได้ง่ายขึ้นในโค้งความเร็วสูง
│ทำไมปีกหลังถึงจำเป็น?
ถ้าไม่มีปีกหลัง
รถ F1 จะรักษาความเร็วในโค้งได้ยากกว่าที่เป็นอยู่มาก
พูดอีกแบบคือ
ถ้าต้องการดันความเร็วในโค้งให้สูงถึงขีดสุด ปีกหลังคือสิ่งที่ขาดไม่ได้
│ความสัมพันธ์ระหว่างปีกหลังกับความเร็วทางตรง

แม้ว่าปีกหลังจะเป็นชิ้นส่วนที่ยอดเยี่ยม
แต่ downforce ที่มันสร้างขึ้นก็มีผลข้างเคียงเช่นกัน
ผลข้างเคียงนั้นคือ แรงต้านอากาศจะเพิ่มขึ้น
- เพิ่มมุมปีกให้ชันขึ้น → เข้าโค้งได้เร็วขึ้น แต่ทางตรงช้าลง
- ลดมุมปีกให้แบนลง → เข้าโค้งช้าลง แต่ทางตรงเร็วขึ้น
ทีมจะปรับสมดุลตรงนี้ตามลักษณะของแต่ละสนาม
ตัวอย่างเช่น ในสนามสตรีทอย่างโมนาโกที่มีโค้งจำนวนมาก ทีมจะเลือกใช้ปีกหลังที่มีมุมมากกว่า
ส่วนในสนามอย่างมอนซาที่เน้นความเร็วทางตรง ทีมจะเลือกปีกหลังที่มีมุมน้อยกว่าและแรงต้านต่ำกว่า
│DRS (ปีกหลังแบบปรับได้)

ตั้งแต่ปี 2011 ถึง 2025 Formula 1 ใช้ DRS (Drag Reduction System)
ระบบนี้จะเปิดแผ่น flap ของปีกหลังในช่วงที่กำหนด
เพื่อลดแรงต้านอากาศและเพิ่มความเร็วของรถ
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป
DRS แบบเดิมถูกแทนที่ด้วย active aero
ซึ่งทั้งปีกหน้าและปีกหลังสามารถขยับได้
ในโลกของ F1 ที่การแซงเป็นเรื่องยาก
DRS จึงถูกใช้เป็นระบบที่ช่วยให้นักขับแซงได้ง่ายขึ้น
ปีกหลังไม่ใช่แค่ “ปีกที่ทำให้รถช้าลง”
ในทางกลับกัน มันคือหนึ่งในชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดที่ทำให้รถ F1 วิ่งได้เร็ว
มันสร้างความเร็วในโค้ง
ควบคุมสมดุลระหว่างโค้งกับทางตรง
และยังเคยเป็นส่วนหนึ่งของกลไกที่ช่วยเรื่องการแซง
เรียกได้ว่า ปีกหลังคือชิ้นส่วนที่แสดงแนวคิดแอโรไดนามิกของรถ F1 ได้อย่างชัดเจนที่สุดชิ้นหนึ่ง